ความเป็นมา



                ปัจจุบันประเทศในแถบอาเซียนมีประชากรมุสลิมราว 400 ล้านคน อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุด ราว 240 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 15 ของประชากรมุสลิมทั่วโลก ประเทศมาเลเซียหรือบรูไนก็มีประชากรมุสลิมเกินกว่าครึ่งของประชากรในประเทศ โดยมาเลเซียมีประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามกว่า 60% จากประชากร 30 ล้านคน ในขณะที่บรูไนมีประชากรมุสลิม 70% ของประชากรในประเทศ หรือกล่าวได้ว่า 4.3 แสนคนเป็นชาวมุสลิม สำหรับประเทศสิงคโปร์รวมถึงประเทศไทย แม้ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศจะไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม แต่ 15% และ 10% ของประชากรในประเทศตามลำดับก็เป็นผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเช่นกัน 

ดังนั้นด้วยจำนวนประชากรมุสลิมในอาเซียนที่มีอยู่จำนวนมากประกอบกับแนวโน้มของประชากรมุสลิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลกถึงปีละ 1.5% ในช่วง 2 ทศวรรษข้างหน้า เปรียบเทียบกับประชากรที่นับถือศาสนาอื่นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% ต่อปี  จึงคาดการณ์ได้ว่าตลาดเสื้อผ้ามุสลิมในอินโดนีเซียจะสามารถเติบโตและมีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ได้ภายในปี 2563
 
เมื่อหันมาพิจารณาประเทศไทยพบว่า มีขนาดตลาดเครื่องแต่งกายมุสลิมในอาเซียนเป็นสัดส่วนเพียงประมาณ 3% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 390 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 12,400 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์มีขนาดตลาดเป็นสัดส่วนประมาณ 8% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,216 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 36,480 ล้านบาทต่อปี ประชากรมุสลิมที่คาดว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลกถึงปีละ 1.5% ประกอบกับความต้องการเสื้อผ้าแฟชั่นมุสลิมในแถบอาเซียนที่มีความต้องการสูงขึ้นทุกปี  ดังที่อีไอซี มองว่า “อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายมุสลิม” เป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโต อีกทั้งการเปิดประตูสู่ AEC จะส่งเสริมโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการส่งออกเพิ่มมากขึ้น  ในปัจจุบันพบว่ามีผู้ประกอบการไทยกว่า 500 รายโดยเฉพาะผู้ประกอบการใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล ประกอบธุรกิจผลิตเครื่องแต่งกายมุสลิม และเริ่มมีการขยายการผลิตเพื่อส่งออกไปสู่กลุ่มลูกค้าแฟชั่นมุสลิมนอกประเทศในระดับภูมิภาคเออีซี (AEC)  ซึ่งอีไอซีมองว่าผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในการออกแบบ ผลิต และเครื่องแต่งกายมุสลิม นอกจากนี้ผู้ประกอบการไทยยังสามารถต่อยอดโดยการมองหาตลาดใหม่ๆ เช่น  กลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่มีประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามจำนวนมากและมีกำลังซื้อสูง (Intelligence, 2015) 

ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายมุสิลม มีการพัฒนารูปแบบที่มีความทันสมัย  จึงส่งผลให้ตลาดเสื้อผ้ามุสลิมในประเทศอินโดนีเซีย  มาเลเซีย และอาหรับ มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง กว่า 250 ล้านต่อปี  ในขณะที่ภาคเอกชนเร่งปรับตัวหลังพบว่า สินค้าจากประเทศอินโดนีเซีย  และประเทศจีน กำลังตีตลาดการค้าเสื้อผ้ามุสลิมของประเทศไทย  ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ  ได้แนะนำให้รัฐบาลไทยเร่งสร้างความเข้าใจ  สร้างความมั่นใจในศักยภาพเสื้อผ้ามุสลิมของประเทศไทยเพื่อส่งออกสู่ตลาดโลกให้ได้ 
ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้ระบุว่าปี พ.ศ. 2553 มีกลุ่มผู้ผลิตเครื่องแต่งกายมุสลิมไม่น้อยกว่า 500 ครัวเรือนอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีมูลค่าการส่งออกต่อปีไม่น้อยกว่า 250 ล้านบาท ส่วนพฤติกรรมของผู้บริโภคมุสลิมเปลี่ยนแปลงการแต่งกายในรูปแบบที่ทันสมัย มีการดีไซน์ตกแต่งเครื่องแต่งกายด้วยลายดอก ผสมผสานสีสันอย่างสวยงาม เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดมากขึ้น 

ขณะนี้ตลาดเครื่องแต่งกายผู้ชายและผู้หญิงเน้นการผลิตเสื้อผ้าที่ตัดเย็บละเอียดประณีตมากขึ้น ทำให้ต้องนำสีเข้ามาหลากหลายกว่าเมื่อก่อน นอกจากนี้ที่เป็นที่ต้องการของลูกค้าก็มีผ้าบาติก ซึ่งเป็นที่นิยมหมู่คนทำงานในแวดวงราชการและภาคเอกชน ด้านราคาพบว่าเสื้อหรือชุดปากี มีราคาประมาณ 600-800 บาทต่อตัว  ส่วนผ้าบาติกมีราคา ตั้งแต่ 350-2,500 บาท  ซึ่งมีทั้งที่ตัดเย็บในพื้นที่จังหวัดปัตตานี  โดยผู้ตัดเย็บเป็นผู้ออกแบบเอง  และส่วนหนึ่งนำเข้าจากรัฐสุบารายา  ประเทศอินโดนีเซีย  ซึ่งที่นั่นมีโรงงานผลิตโดยตรง  ในขณะที่ประเทศไทยก็มีศักยภาพในการผลิตเสื้อโต๊ปเพื่อส่งออกแข่งขันกับตลาดเพื่อบ้านเช่นกัน  ดังที่มีผู้วิเคราะห์ว่า  "แฟชั่นของไทยเราสามารถทำได้ เรามีความสามารถพิเศษในการถักทอ เป็นทักษะพิเศษ และเรามีความเข้าใจในวัฒนธรรมของเขา เพียงแต่วันนี้เราขาดเทคโนโลยี ขาดเครือข่าย"  (สำนักข่าว
อะลามี่, 2558)


จากการวิจัยหัวข้อ “การศึกษาเสื้อโต๊ปในตลาดมัรกัสยะลา : วิถีชีวิตของผู้ประกอบการกับกระบวนการผลิตและการค้าขาย”  ทำให้ทราบแหล่งผลิตเสื้อโต๊ปที่สำคัญ ในพื้นสามจังหวัดชายแดนใต้  คือ ตลาดมัรกัสยะลา เป็นตลาดเครื่องแต่งกายมุสลิมที่มีความสำคัญแห่งหนี่ง มีการผลิต จำหน่าย เสื้อโต๊ป มากกว่า 150 ร้าน ความเป็นมาของเสื้อโต๊ปในตลาดมัรกัสยะลา  เริ่มต้นจาการย้ายเข้ามาอยู่ของช่างตัดเย็บเสื้อโต๊ปที่เคยมีประสบการณ์จากประเทศซาอุดิอาราเบีย มารวมกลุ่มเปิดร้านมากขึ้นตามลำดับ  หากพิจารณาเสื้อโต๊ปในตลาดมัรกัส  พบว่ามีลักษณะโดยทั่วไปเป็นชุดยาวคลุมไม่ถึงข้อเท้า ผ่าหน้าความกว้างพอสำหรับสวมหัวได้  เสื้อแขนยาวนิยมใช้ผ้าสีขาวตัดเย็บ เสื้อโต๊ปนิยมแต่งกายผสมผสาน กับการสวมกะปิเยาะห์ และโพกศีรษะด้วยผ้าคลุมศีรษะ หรือเรียกว่า ซัรบั่น เพื่อใช้ในการประกอบศาสนกิจ ประกอบพิธีซอลาต(ละหมาด)  ประเภทเสื้อโต๊ปในตลาดมัรกัรยะลามี 7 ประเภท ได้แก่ 1) โต๊ปซาอุดีหรือโต๊ปมักกะฮฺ  2) โต๊ปบาห์เรน  3 ) โต๊ปโอมาน  4 ) โต๊ปโมรอคโค  5 ) โต๊ปปากีหรืออินเดีย หรือเรียกว่า ชุดปากี  6) โต๊ปคูเวต  7) โต๊ปรูปแบบทันสมัย  ซึ่งเสื้อโต๊ปเหล่านี้มีช่างตัดเย็บที่มีประสบการณ์จากประเทศซาอุอาราเบียเป็นผู้ผลิตเพื่อป้อนเข้าตลาดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจน  ผู้ผลิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านในพื้นที่เขตสามจังหวัดชายแดนใต้ 

จากการศึกษาและวิเคราะห์เบื้องต้นของนักวิจัย โดยสำรวจข้อมูลในพื้นที่และข้อมูลผ่านเว็บไซต์ต่างๆ และทางเฟซบุ๊ก  ที่เกี่ยวข้องกับเสื้อโต๊ปในตลาดมัรกัสยะลา พบว่า ตลาดแห่งมีพ่อค้าทั้งจากรัฐกลันตัน  รัฐเคดาห์  และรัฐอื่นๆ ของประเทศมาเลเซีย นิยมเข้ามาเลือกซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม  โดยมียอดการสั่งซื้อสินค้าเฉลี่ยต่อร้านมากกว่า 3,000 ตัว  จึงการ คาด คะเนได้ว่ายอดขายในตลาดมัรกัสน่าจะมากกว่า 105 ล้านบาท  โดยเฉพาะใกล้เทศกาลสำคัญของอิสลาม  ปัจจุบันตลาดเสื้อโต๊ปในประเทศมาเลเซียจึงมีความสำคัญที่ภาครัฐและเอกชนไทยต้องให้ความสำคัญในการศึกษา (สุไลมาน ขาเร็มดาเบะ, 2556)

ปัจจุบันพื้นที่บริเวณเขตพรมแดนไทย-มาเลเซีย  ทางด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส. เชื่อมต่อกับรัฐกลันตัน  (มาเลย์: Kelantan; มลายูปัตตานีكلنتن  กลาแต) เป็นหนึ่งในสิบสามรัฐที่ประกอบขึ้นเป็นสหพันธ์มาเลเซีย มีชื่อเฉลิมเกียรติเป็นภาษาอาหรับว่า ดารุลนาอิม ("ถิ่นที่อยู่ที่สวยงาม") เมืองหลวงและเมืองของเจ้าผู้ครองประจำรัฐคือโกตาบารู (Kota Bharu) มีประชากร 1,459,994 คน อิสลาม 96.8% พุทธ 2.5% คริสต์ 0.2% ฮินดู0.2% อื่นๆศาสนา  0.3% รัฐกลันตันตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมาเลเซีย มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทยด่านสุไหงโก-ลก  จังหวัดนราธิวาส และรัฐเกดะห์ เกดะห์ (มาเลย์: Kedah, อักษรยาวีقدح ) เป็นรัฐที่อยู่ทางเหนือสุดของประเทศ มีชื่อเฉลิมเมืองเป็นภาษาอาหรับว่า ดารุลอามัน ("ถิ่นที่อยู่แห่งสันติภาพ") เป็นรัฐหนึ่งในประเทศมาเลเซีย ติดพรมแดนไทยทางด่านสะเดา จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมาเลเซีย ครอบคลุมขนาดเนื้อที่ 9,425 ตารางกิโลเมตร และประกอบด้วยพื้นที่ราบสำหรับปลูกข้าว รวมทั้งเกาะลังกาวี ประชากรในรัฐเคดาห์ตามกลุ่มชาติพันธุ์ในปี พ.ศ. 2546 ประกอบด้วย ชาวมาเลย์ (1,336,352 คน) ชาวจีน (252,987 คน) ชาวอินเดีย (122,911 คน) ไร้สัญชาติ (35,293 คน) และอื่นๆ (27,532 คน)  As of 2010 the population of Kedah is 77.2% อิสลาม, 14.2% พุทธ, 6.7% ฮินดู, 0.8% คริสต์, 0.3%

จากข้อมูลจำนวนประชากรมุสลิมรวมกันทั้งสองรัฐ มีมากกว่า 2.7 ล้านคน และมีวัฒนธรรมการแต่งกายที่ใกล้เคียงกับมุสลิมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย  ปัจจุบันพบว่า ทั้งสองรัฐมีแลกเปลี่ยนสินค้าผ่านด่านศุลกากรของทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากพิจารณาข้อมูลการส่งออกเสื้อโต๊ปจากตลาดมัรกัสยะลาในช่วงสำคัญทางศาสนาอิสลาม มียอดการสั่งซื้อมากกว่า 105 ล้านบาท  การศึกษาแนวทางพัฒนาตลาดเสื้อโต๊ปในตลาดมัรกัสยะลาเพื่อการส่งออก ในพื้นที่ศึกษา รัฐเคดาห์  รัฐกลันตัน จึงมีความสำคัญเป็นการสร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์ทางการตลาดในประเทศทราบถึง จุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค และโอกาส ของผู้ประกอบการร้านค้าเสื้อโต๊ปของไทย และสามารถเปรียบเทียบปริมาณอุปสงค์ในประเทศ และในมาเลเซีย และอุปทาน การผลิตเสื้อโต๊ปของผู้ประกอบการไทย สามารถตอบสนองความต้องการกับตลาดเครื่องแต่งกายของ ในประเทศและต่างประเทศอยู่ในระดับใด และสามารถเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคของชาวมาเลเซียมีในการเลือกซื้อเสื้อโต๊ปที่นำเข้าจากประเทศไทย มีวัฒนธรรม ทัศนคติ ความนิยม คาดการณ์ตลาดเสื้อโต๊ปมีแนวโน้มว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น การรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์แนวทางพัฒนาตลาดเสื้อโต๊ป  เพื่อสนับสนุนการเพิ่มยอดขายและขยายฐานตลาดในประเทศมาเลเซีย นำเสนอข้อมูลเชิงนโยบายสู่แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ ตราสินค้า แพ็คเกจสินค้าสินค้า และกลยุทธ์ทางการตลาด งานวิจัยนี้จึงมีความสำคัญในการสร้างโอกาสและศักยภาพในการแข่งขัน  การเป็นผู้นำด้านการผลิตเสื้อโต๊ปที่มีคุณภาพสูง สามารถพัฒนาเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของมุสลิมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้อย่างยั่งยืน

 

Style Selector
Oregional Skin
bootstrap business templates bootstrap business templates
Bootswatch Skins (11)
bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates

These are just examples and you can build your own color scheme in the backend.

Background Patterns
bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates bootstrap business templates